ผู้เขียน หัวข้อ: แนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุ  (อ่าน 1326 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ winai.d

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5225
  • มิตรภาพคือการเริ่มต้น มาร่วมแชร์ความรู้กัน
    • ดูรายละเอียด
แนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุ
« เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 04:10:25 PM »
แนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุ

แนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุ การคิดหาแนวทางป้องกันอาจมีหลากหลายวิธี
บ่อยครั้งที่แนวทางป้องกันอาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด มีตกหล่นไปบ้าง ทำให้การป้องกันไม่เกิด
ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น จึงต้องมีหลักในการช่วยหาแนวทางให้ครอบคลุมได้ทั้งหมด เพื่อจะ
ได้ไม่เกิดอุบัติเหตุที่ซ้ำรอยขึ้นมาอีก ด้วยหลัก 3E กับ ตำแหน่งการป้องกัน

1) หลัก 3E ได้แก่ Engineering, Education และ Enforcement
(1) Engineering คือ การใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์มาจัดการ เช่น
การออกแบบเครื่องจักรให้มีการใช้งานที่ปลอดภัย การติดตั้งเครื่องป้องกันอันตราย การวางผัง
โรงงานและออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงาน
(2) Education คือ การให้การศึกษา หรือฝึกอบรมคนงาน ตลอดจนผู้ที่
เกี่ยวข้องในการทำงาน ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ การฝึกใช้เครื่องมือหรือ
วิธีการทำงานที่ปลอดภัย
(3) Enforcement คือ การออกมาตรการควบคุมบังคับให้คนงานปฏิบัติ
ตาม หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกลงโทษ เพื่อให้เกิดความสำนึกและหลีกเลี่ยงการกระทำ
ที่ไม่ถูกต้อ


การใช้หลัก 3E นี้ จะต้องดำเนินการให้ E ทั้ง 3 ไปพร้อมกัน จึงจะทำให้
การป้องกันอุบัติเหตุมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้ามีการดำเนินการเฉพาะ E ตัวใดตัวหนึ่งก็จะเกิดปัญหา
ขึ้น เช่น เครื่องจักรที่ออกแบบมาดี มีเครื่องป้องกันอันตราย (Machine Guarding) ติดตั้งไว้ คนงาน
อาจเห็นว่าเกะกะไม่จำเป็นจึงถอดออก เพราะขาดการฝึกอบรม หรือชี้แนะให้เห็นอันตรายที่เกิดขึ้น
หากถอดเครื่องป้องกันอันตรายออก หรือว่ามีการอบรมมาอย่างดีแล้วแต่ขาดการออกกฎข้อบังคับ
คนงานอาจเห็นว่าการ์ดนั้นเกะกะ ทำให้ทำงานไม่สะดวกจึงถอดทิ้งเสีย เพราะต้องการทำงานให้เร็ว
ขึ้น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอันตรายแต่ก็ยอมเสี่ยง เพราะเข้าใจว่าจะสามารถเพิ่มผลผลิตได้ ในทำนองเดียวกัน
แม้จะมีข้อบังคับแล้ว หากคนงานไม่ได้รับการแนะวิธีการทำงานที่ถูกต้องปลอดภัย คนงานก็อาจจะ
ปฏิบัติงานอย่างผิดวิธี เนื่องจากความไม่รู้เป็นเหตุหรือการทำงานที่ผิดพลาดไม่ถูกขั้นตอน เป็นผล
ทำให้ระบบป้องกันนั้นเสียหายไม่ทำงาน


2) ตำแหน่งการป้องกัน อีกแนวทางที่ช่วยเสริมหลัก 3E เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพการออกแบบระบบความปลอดภัย คือ หลักของตำแหน่งในการป้องกัน ได้แก่
แหล่งกำเนิด (Source) ทางผ่าน (Path) และผู้รับ (Receiver)
(1) แหล่งกำเนิด (Source) : การแก้ปัญหาใดๆ ก็ตามจะต้องแก้ที่ต้นเหตุ
จึงจะเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุด ดังนั้น การแก้ไขที่แหล่งกำเนิดจึงต้องคิดถึงก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ถ้า
สารเคมีที่ใช้มีพิษ เราก็เปลี่ยนมาใช้สารเคมีที่ไม่มีพิษแทน ได้แก่ การยกเลิกการใช้น้ำมันที่มีสาร
ตะกั่ว แล้วหันมาใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วแทน แต่ถ้าเราไม่สามารถหาทางแก้ที่แหล่งกำเนิดได้ จึงค่อย
หาแนวทางแก้ไขที่ตำแหน่งต่อมา ควบคุมที่ต้นตอหรือแหล่งกำเนิด (Source) คือ พยายามหาทาง
ควบคุมที่ต้นตอหรือแหล่งกำเนิดของอันตรายที่จะเกิดต่อผู้ประกอบอาชีพโดยตรง เช่น ที่ตัวเคื่อง
จักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ แหล่งที่มีการใช้สารเคมีเป็นพิษ การควบคุมที่แหล่งนี้จะมีประสิทธิผล
มากที่สุด เป็นการควบคุมที่ตัวปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น ป้องกันไม่ให้อันตรายหรือพิษภัยแพร่กระจาย
ออกไปได้เลย วิธีที่นิยมใช้คือ
การใช้สารเคมีที่เป็นพิษภัยน้อย หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อย เอา
ไปใช้แทนสารที่เป็นพิษมากหรือมีอันตรายมาก
เลือกใช้กระบวนการผลิตที่มีอันตรายน้อยทดแทนที่มีอันตรายมาก
หรือ อาจจะหาทางเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตให้เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษจากการทำงาน
34
ใช้วิธีปิดปกคลุมให้มิดชิด เช่น กระบวนการผลิต เครื่องจักรที่
ทำงานแล้วอาจจะมีมลพิษออกมาสู่ภายนอกได้ ให้หาทางปิดคลุมกระบวนการผลิตหรือเครื่องจักร
ให้มิดชิดไม่ให้มลพิษที่อาจจะเกิดขึ้นออกมาสู่ภายนอก และแพร่กระจายไปสู่บริเวณที่ทำงานได้เลย
แยกเอาขบวนการผลิตหรือเครื่องจักรที่มีอันตรายมากหรือปล่อย
มลพิษออกมามากไปจากบริเวณที่มีคนทำงานอยู่มาก เช่น เครื่องจักรที่มีเสียงดัง เครื่องจักรที่ปล่อย
ความร้อนออกมาสู่บรรยากาศภายนอกให้แยกไปไว้ในบริเวณต่างหาก หรือจัดห้องเฉพาะที่สามารถ
ควบคุมได้
ใช้ระบบทำให้เปียกชื้นแทน เพราะจะทำให้เกิดฝุ่นละอองน้อย เช่น
มีการพ่นละอองน้ำให้เป็นฝอยในโรงงานอุตสาหกรรมที่บริเวณทำงานให้ละอองน้ำจับฝุ่นละออง
รวมตัวกันตกลงสู่พื้น
ใช้ระบบระบายอากาศเฉพาะแห่งเก็บรวบรวมระบายเอามลพิษตรง
จุดที่มีพิษภัยมากออกไป และทำการขจัดมลพิษนั้นด้วยวิธีการที่เหมาะสม
จัดให้มีวิธีการบำรุงเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิตที่ดี จะช่วยทำให้
เครื่องจักรอยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
(2) ทางผ่าน (Path) โดยการปิดกั้นสิ่งอันตราย เช่น การติดตั้งม่าน
กันแสงและกันสะเก็ดระหว่างการเชื่อม หรือการสร้างห้องครอบเครื่องจักรที่มีเสียงดัง เพื่อกันไม่ให้
เสียงออกมารบกวนผู้อื่น และถ้ายังไม่สามารถหาแนวทางแก้ไขที่ตำแหน่งที่ 2 นี้ได้ ก็ใช้การ
แก้ปัญหาที่ตำแหน่งถัดไป
ควบคุมที่ทางผ่าน (Path) การควบคุมอันตรายโดยเลือกวิธีควบคุมที่
ทางผ่านของอันตรายจากแหล่งกำเนิดไปสู่คนปฏิบัติงานนั้น วิธีนี้มักจะเลือกใช้รองลงมาจากวิธีแรก
เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่ง เช่น บรรยากาศในบริเวณการทำงานจะเป็นทางผ่านของ
อันตรายสู่คนที่ทำงานในบริเวณนั้น วิธีควบคุม คือ พยายามหาทางปิดกั้นเส้นทางเดินของอันตราย
นั้น คือ หาสิ่งของมากั้นระหว่างต้นตอกับตัวคน เช่น เก็บรักษาวัสดุต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ซึ่งจะสามารถลดพิษต่าง ๆ ลงได้ออกแบบระบบระบายอากาศที่ดี มีประสิทธิภาพ พยายามนำอากาศ
บริสุทธิ์จากภายนอกเข้าไปในบริเวณทำงานให้มาก โดยการออกแบบระบบระบายอากาศที่ดี
เลือกใช้ช่องเปิดประตู หน้าต่าง ช่องลมที่เหมาะสมในการช่วยเจือจางมลพิษต่าง ๆ เพิ่มระยะทาง
ระหว่างแหล่งกำเนิดของอันตรายกับคนทำงานให้มากที่สุด ซึ่งระยะทางจะช่วยลดปริมาณการ
สัมผัสอันตรายต่าง ๆ ของคนลงได้ ทำให้คนได้รับปริมาณน้อยลง มีการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษที่
สามารถเตือนหรือบอกระดับอันตรายได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าระดับของอันตรายสูงมากจนเกิดพิษ
ภัยแก่คนที่ทำงานบริเวณนั้นสัญญาณจะเตือนให้คนบริเวณนั้นหาทางป้องกันตนเองได้ทันที
35
(3) ผู้รับ (Receiver) ผู้รับ เป็นวิธีสุดท้าย โดยการป้องกันที่ตัวบุคคล เช่น
การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ได้แก่ การจัดหาที่อุดหูเพื่อลดการบาดเจ็บเนื่องจากเสียงดัง
การแก้ปัญหาวิธีนี้มักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากการสวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้
เป็นการรบกวนการทำงานของคนงาน เพราะไม่เกิดความเคยชิน ทำให้คนงานรู้สึกไม่สบายตัว
ดังนั้น จึงขอให้วิธีนี้เป็นเป็นวิธีสุดท้ายจริง ๆ

ควบคุมที่ตัวบุคคล (Receiver) เป็นมาตรการลำดับสุดท้ายที่จะ
เลือกใช้ควบคุมอันตรายในสถานที่ทำงาน เนื่องจากว่าการควบคุมอันตรายที่ตัวบุคคลนี้กระทำได้
ยาก ได้ผลน้อยถ้าไม่ได้รับความร่วมมืออย่างจริงจัง การควบคุมอันตรายแบบนี้เป็นการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมและความเคยชินของคน ถ้าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จำเป็นต้องเลือกใช้ เป็นวิธีการที่
ลงทุนน้อยที่สุด ซึ่งมีวิธีการที่ใช้กันดังนี้ โดยจัดโครงการให้การศึกษาและอบรมเกี่ยวกับด้านความ
ปลอดภัยให้แก่คนงานโดยทั่วถึงโดยการหมุนเวียนสับเปลี่ยนหน้าที่ของคนงาน ถ้าคนงานคนใด
ได้รับพิษภัยมากหรือสัมผัสกับอันตรายเป็นระยะเวลานาน ก็จัดหมุนเวียนให้ไปทำในที่อื่นให้
ปริมาณสารพิษในร่างกายลดลง งานเดิมให้จัดคนงานคนอื่นมาทำแทนจัดสถานที่ทำงานของคนงาน
ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด หรือจัดสถานที่ทำงานที่มีคนงานจำนวนมากทำงานให้แยกออกมาจาก
บริเวณที่มีอันตราย อาจจะให้คนงานทำงานในห้องที่ทำเป็นพิเศษ เช่น ห้องปรับอากาศ โดยการติด
อุปกรณ์เตือนภัย หรือเตือนอันตรายที่เกิดจะขึ้นกับคนที่ที่ตัวคนงาน ซึ่งจะช่วยชี้ระดับอันตราย เช่น
คนที่ทำงานกับรังสีให้ติดแผ่นฟิล์มบอกระดับแรงสีที่ได้รับ โดยการใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วน
บุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน (วิทยา อยู่สุข, 2544: 93 - 98)
2.6 แน
" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "